GoBear ฉลองใหญ่ ยอดผู้ใช้บริการเกินคาด 3.6 ล้านคน

Oct 5, 2016
GoBear ฉลองใหญ่ ยอดผู้ใช้บริการเกินคาด 3.6 ล้านคน

 

GoBear-Celebrate.jpg

“GoBear” ฉลองใหญ่ ยอดผู้ใช้บริการทะลุ 3.6 ล้านคน

ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง Financial Metasearch ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ยุคดิจิทัล

 

“GoBear” (www.gobear.co.th)  เว็บไซต์ Financial Metasearch ที่รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์การเงินประเภทต่างๆ จากผู้ให้บริการและโบรกเกอร์ชั้นนำหนึ่งในตัวอย่างของธุรกิจสตาร์ทอัพที่มาแรงในเอเชีย ประกาศความสำเร็จผู้ใช้บริการสูงทะลุเป้ากว่า 3.6 ล้านคนหลังเปิดให้บริการในประเทศไทยเพียง1 ปี

 

นายศีล นวมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โกแบร์ จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวถึงความสำเร็จของ “GoBear” ในครั้งนี้ว่า GoBear ที่มีหนึ่งในผู้ร่วมลงทุนคือBCD Group ซึ่งเป็นบริษัทท่องเที่ยวชั้นนำของโลก และมีรายได้กว่า 8.3 แสนล้านบาทต่อปีนั้นเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อต้นปี 2558 และได้เข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทยเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2558 ปัจจุบันเปิดดำเนินการมาครบ 1 ปี และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดี กระทั่งสามารถก้าวขึ้นเป็น “Financial Metasearch” ชั้นนำของประเทศไทย ที่มีผู้ใช้บริการสูงสุดถึง 3.6 ล้านคนทั่วประเทศในเวลาเพียง 1 ปี ด้วยจุดเด่นของการเป็นเว็บไซต์แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีการรวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์การเงินมากที่สุดและนำเสนอดีลที่ดีที่สุดจากทั้งผู้ให้บริการและโบรกเกอร์อีกทั้งการออกแบบการใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์ที่ใช้งานง่ายด้วยเมนูภาษาไทย ทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการและก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในเวลาอันรวดเร็ว

 

“GoBear มีจุดเริ่มต้นจากความเข้าใจในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงบริการทุกประเภท รวมถึงการมีอำนาจตัดสินใจเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดด้วยตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งกลุ่มบริการที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่พ้นแต่กลับยังไม่เคยมีผู้เล่นเจ้าไหนลุกมาทำตลาดนี้อย่างจริงจังนั่นคือ บริการด้านการเงิน นี่จึงเป็นที่มาของGoBear เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ในการเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์การเงินที่สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และเข้าใจง่ายมากที่สุด”

 

โดย นายศีล นวมานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเปิดตัวเว็บไซต์GoBear ในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมาถือเป็นการเปิดตัวที่ถูกที่ถูกเวลา ทั้งการใช้อินเทอร์เน็ตที่แพร่หลายมากขึ้น อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่ต้องเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูล-เปรียบเทียบ-แล้วถึงจะตัดสินใจซื้อ ซึ่งทุกขั้นตอนผู้บริโภคต้องการความเป็นอิสระในการค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ตที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาและอิสรภาพในการเลือกบริการที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดให้กับตนเอง ด้วยเหตุนี้ GoBear จึงเป็นเหมือนตัวช่วยที่ทำให้ขั้นตอนการหาข้อมูลและเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ของผลิตภัณฑ์การเงินเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วเพียงเข้ามาในเว็บไซต์เดียวตัดปัญหาความยุ่งยากและเสียเวลาจากที่ต้องหาข้อมูลจากหลายๆ เว็บไซต์เช่นในอดีต พร้อมด้วยการมอบดีลพิเศษที่สุดแบบที่หาไม่ได้จากเว็บอื่นๆ ส่งผลให้ภายใน 1 ปี มีผู้ใช้บริการผ่านเว็บไซต์GoBear สูงกว่า 3.6 ล้านคน ซึ่งมั่นใจว่าภายในสิ้นปี 2559 จะมียอดผู้ใช้บริการไม่น้อยกว่า 5 ล้านคนแน่นอน”

 

GoBear ถือเป็นเว็บไซต์ในกลุ่ม Search Engine ที่มีรูปแบบการบริการที่เน้นเฉพาะ Financial Metasearch ที่รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์การเงินโดยเฉพาะ ครอบคลุม 4 ผลิตภัณฑ์การเงิน ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์, ประกันการเดินทาง, บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลโดยมีพันธมิตรบริษัทด้านการเงินและโบรกเกอร์ประกันภัยชั้นนำกว่า 54 ราย และด้วยการวางบทบาทไว้อย่างชัดเจนว่า GoBear ไม่ใช่ โบรกเกอร์จึงไม่มีการเชียร์ผลิตภัณฑ์ใดๆ เป็นพิเศษ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าทุกข้อมูลที่นำเสนอจะมีความเป็นกลาง โดยยึดหลักความต้องการและผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้บริโภคเป็นหลักจึงทำให้ข้อเสนอที่หน้าเว็บไซต์GoBear จึงจะเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่นๆ นอกจากนี้เว็บไซต์ GoBear ยังได้จัดทำบล็อกเกี่ยวกับบทความที่น่าสนใจทั้งในเชิงไลฟ์สไตล์และเคล็ดลับในการเลือกซื้อประกันหรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้บริโภคทั่วไปอีกด้วย

 

อีกประการหนึ่งด้วยฐานลูกค้าผู้ใช้บริการที่มีจำนวนมาก ทำให้ GoBear ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดที่สำคัญของเหล่าพันธมิตรบริษัทการเงินและโบรกเกอร์ต่างๆ ที่นอกจากจะได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงผู้ซื้อประกันได้มากขึ้นแล้ว ยังจะได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกจากการค้นหาของผู้เข้าใช้บริการเว็บไซต์เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์อีกด้วย  นอกจากนี้ การที่ GoBear รวบรวมหลากหลายพันธมิตรเข้ามายังเว็บไซต์ GoBear ที่เดียว ทำให้พันธมิตรแต่ละเจ้าเกิดการเปรียบเทียบกันเอง และทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างพันธมิตร ซึ่งสุดท้ายแล้ว แต่ละพันธมิตรจะพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้ดีขึ้น และผู้บริโภคชาวไทยจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ในท้ายที่สุด

 

และในตอนท้าย นายศีล ได้เผยถึงทิศทางกลยุทธ์ของ GoBear ในอนาคตว่า “ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเราเน้นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์และสร้างความเข้าใจในจุดเด่นของรูปแบบบริการของ Financial Metasearch ให้กับผู้บริโภคชาวไทย โดยก้าวต่อไปของ GoBear เราจะขยายการให้บริการสู่ผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมและครบวงจรยิ่งขึ้นและสำหรับแผนการขยายธุรกิจในต่างประเทศจะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยปัจจุบัน GoBear ดำเนินธุรกิจใน 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง และยังมีแผนขยายธุรกิจไปยังหลายประเทศอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศใกล้เคียง อาทิ เวียดนาม อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น เพื่อขับเคลื่อน GoBearให้เป็น Global Brand สำหรับ Financial Metasearch อย่างแท้จริง”


 


SHARE THIS Article VIA