รถ

หากพูดถึงรถเร็ว รถแรง บรรดารถซุปเปอร์คาร์ทั้งหลาย คือถือว่าเป็นที่สุดแล้ว และนอกจากจะแรง จะเร็วที่สุดนั้น มันยังแพงที่สุดอีกด้วย ในบางกรณี รถเหล่านี้ถึงขั้นผิดกฎหมายหากนำมาขับบนรถสาธารณะเลยทีเดียว

 

ความน่าสนใจของรถซุปเปอร์คาร์อีกอย่างก็คือ นอกจากราคาจะแพงลิบลิ่ว แถมผลิตออกมาแบบจำกัดแล้ว จะมีเฉพาะคนที่เป็นมหาเศรษฐีเท่านั้นที่ครอบครองได้ เพราะไม่ใช่แค่ราคารถที่แพง แต่หมายถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ตามมา ที่แพงมากๆ อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าเบี้ยประกัน ซึ่งทำให้บางคนมีเงินซื้อรถ แต่ไม่มีเงินดูแลรักษา ซื้อประกัน ก็ต้องบ่ายหน้าหนีกันไป โดยในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการประกันรถยนต์ซุปเปอร์คาร์นั้น สามารถสูงถึงร้อยละ 10 ของราคารถเลยทีเดียวที่ต้องจ่ายกันต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากเกินกว่าที่คนปกติจะรับไหวแน่ๆ

 

แล้วประกันรถยนต์ของซุปเปอร์คาร์คำนวนยังไงล่ะครับ?

 

โดยปกติแล้วบริษัทประกันทั่วไปมักไม่อยากที่จะรับประกันซุปเปอร์คาร์เท่าไหร่นัก เจ้าของซุปเปอร์คาร์ส่วนมากจึงต้องประกันรถผ่านผู้ที่พิจารณารับประกันภัย (Private underwriter) หรือบริษัทประกันที่รับประกันยานพาหนะระดับไฮเอนด์โดยเฉพาะ

 

ซึ่งผู้ที่รับประกันเหล่านี้จะใช้ปัจจัยที่หลากหลายในการคำนวนเบี้ยประกันออกมา อาทิ ราคาซื้อตั้งต้น ราคามูลค่าในเวลาปัจจุบัน อุปกรณ์เสริม การตกแต่งต่างๆ อายุยานพาหนะ ประเภทของชิ้นส่วนที่ใช้ในเครื่องยนต์ คุณภาพของการตกแต่งภายในรถยนต์ ความถี่ในการนำรถเข้าซ่อมบำรุง หรือชิ้นส่วนเฉพาะในการซ่อม เป็นต้น

 

นอกจากนี้ปัจจัยที่เพิ่มเติมขึ้นมา ที่บริษัทประกันจะใช้คำนวนเบี้ยประกันคือ ข้อมูลของเจ้าของเอง อาทิ ประวัติการขับขี่รถยนต์ ประวัติอาชญากรรม อายุ หรือรถซุปเปอร์คาร์จะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด อาทิ นำไปสะสมเท่านั้น เป็นรถคันที่สองไม่ใช่รถคันหลัก หรือรถที่ใช้หลักในชีวิตประจำวัน จากข้อมูลของ Grundy Insurance บริษัทประกันที่รับประกันซุปเปอร์คาร์โดยเฉพาะ เปิดเผยว่า รถซุปเปอร์คาร์ที่ราคาราว 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 36 ล้านบาท จะมีค่าประกันภัยรถยนต์สูงสุดถึง 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 900,000 บาทเลยทีเดียว

 

รวมสุดยอดประกันรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ที่แพงสุดๆ:

 

Bugatti Veyron Super Sport: 2,400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 86.4 ล้านบาท

 

Bugatti Veyron Super Sport  คือรถซุปเปอร์คาร์ที่สามารถวิ่งบนถนนได้อย่างถูกกฎหมาย สามารถเร่งเครื่องได้จนถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ภายในแค่ 2.5 วินาที ซึ่งราคาเบี้ยประกันของรถยนต์ซุปเปอร์คาร์คันนี้ก็สนนราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.44 ล้านบาท

 

Aston Martin One-77: 1,850,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 66.6 ล้านบาท ซึ่งรถซุปเปอร์คาร์รุ่นนี้มีการผลิตออกมาเพียงแค่ 77 คันเท่านั้น ทำให้เป็นรุ่นที่หายากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งราคาเบี้ยประกันของรถยนต์ซุปเปอร์คาร์คันนี้ก็สนนราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.08 ล้านบาท

 

Pagani Zonda Cinque Roadster: 1,850,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 66.6 ล้านบาทโดยรถซุปเปอร์คาร์คันนี้แพงสุดๆ และสามารถเร่งจนถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.4 วินาทีเท่านั้น ซึ่งราคาเบี้ยประกันของรถยนต์ซุปเปอร์คาร์คันนี้ก็สนนราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.08 ล้านบาท

 

รวมประกันรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ที่ราคาจับต้องได้สุดๆ:

 

ใครว่าซุปเปอร์คาร์จะแพงสุดๆ เสมอไป เราเอารถซุปเปอร์คาร์ที่ราคาพอจับต้องได้แบบสุดๆ มาฝากกัน

 

Mercedes-Benz SLS AMG: สำหรับราคาเบี้ยประกันของรถยนต์ซุปเปอร์คาร์คันนี้ก็สนนราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 360,000 บาท

 

Audi R8 V10: 146,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5.25 ล้านบาท สำหรับราคาเบี้ยประกันของรถยนต์ซุปเปอร์คาร์คันนี้ก็สนนราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 8,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 288,000 บาท

 

Aston Martin V8 Vantage S: 139,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5 ล้านบาท

 

สำหรับราคาเบี้ยประกันของรถยนต์ซุปเปอร์คาร์คันนี้ก็สนนราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 7,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ  เท่านั้นหรือราว 252,000 บาท

 

เห็นแล้วหรือไม่ครับว่า ราคาของซุปเปอร์คาร์ ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่คนใช้ในการตัดสินใจซื้อรถซุปเปอร์คาร์ แต่ยังมีในเรื่องของประกันที่ต้องจ่ายต่อปีอีกด้วย ที่ทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะไม่ซื้อมันมาครอบครอง และทำให้คนที่จะซื้อจริงๆ ต้องเป็นคนที่รวยมากๆ ถึงขั้นมหาเศรษฐีเลยทีเดียวละครับ!