รถ

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปทุกวัน หากคุณต้องการครอบครองเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ คุณก็ต้องคอยตามซื้อรถรุ่นใหม่ๆ ล่าสุดอยู่เสมอ แต่กระนั้น หลายๆ คนก็เถียงว่า พวกเขาเลือกที่จะซื้อรถมือสอง มากกว่ารถใหม่ เพราะ “รถยนต์” คือทรัพย์สินที่มีการเสื่อมราคา หากไม่ใช่รถยนต์เพื่อสะสม ซึ่งทันทีที่คุณขับออกจากศูนย์ มูลค่าของมันได้ลดลงไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น จึงมีแนวคิดอีกกลุ่มหนึ่งที่บอกว่า ให้คนอื่นซื้อรถมือหนึ่งไป และให้พวกเขารับผลจากการเสื่อมราคาที่ลดลง และเราคอยซื้อรถมือสองต่อจากคนเหล่านั้นในอีก 2-3 ปีต่อมา ซึ่งรถยังอยู่ในสภาพดี และราคาลดลงมากอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสีย โดยเฉพาะการซื้อรถใหม่ ซึ่งข้อดีของการซื้อรถใหม่มีดังนี้

  1. เทคโนโลยีใหม่ ล้ำหน้าที่สุดในท้องตลาด
  2. มีระบบความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่ดีกว่า
  3. มีระบบการเผาผลาญเชื้อเพลิงที่ประหยัดกว่า
  4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า
  5. มีการออกแบบที่สวยงามมากกว่า

เรามาเริ่มกันที่เรื่องของความปลอดภัยกันเลย เพราะดูจะเป็นประโยชน์ของรถใหม่ที่เคลียร์ที่สุด โดยผลจากการศึกษาการชนของรถเข้ากับต้นไม้ หรือเสาโทรศัพท์ในระหว่างการขับขี่นั้น ในรถยนต์รุ่น Camry จาก Toyota นั้นพบว่า รถยนต์รุ่น Camry ในรุ่นปี 2012 นั้น ไม่ผ่านผลทดสอบเรื่องความปลอดภัยในข้อนี้ จนต้องมีการแก้ไขโดย Toyato ซึ่งรุ่นที่ออกมาในปี 2014 มีการแก้ไขจนผ่านการทดสอบในเรื่องความปลอดภัยด้านนี้ ดังนั้นพูดง่ายๆ ก็คือ หากคุณกำลังจะเลือกซื้อรถระหว่างรถปี 2013 กับ รถใหม่ปี 2014 นั้น การเลือกซื้อรถใหม่ ดูจะเป็นเรื่องที่เข้าท่าเข้าทางมากกว่า

อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายหนึ่งก็อาจจะบอกว่า นี่คุณกำลังทิ้งเงินจำนวนมากๆ ไปฟรีๆ หรือเปล่า กับการซื้อรถรุ่นใหม่ แทนที่จะซื้อรถมือสอง แต่จริงๆ แล้ว ต้องบอกว่า ทุกอย่างในชีวิต ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณมีครอบครัว คุณจะยอมนำความปลอดภัยและชีวิตของคนในครอบครัว มาแลกกับเงินที่คุณประหยัดได้มาไม่เท่าไหร่อย่างนั้นหรือ?

 

ต่อมามาดูกันที่เรื่องของการประหยัดพลังงาน ตัวอย่างชัดๆ ก็คือรถยนต์  Volkswagen รุ่นขายดีที่สุดอย่าง the Jetta เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เครื่อง I-5 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่สมรรถนะดีมากๆ แต่กินน้ำมันมากๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งกินน้ำมันมากถึง 31 mpg (Miles per gallon) ทำให้ในรุ่นเดียวกันที่ออกมาในปี 2014 นั้น ได้มีการทำให้รถรุ่นนี้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นเป็น 36 mpg และรุ่นเดียวกันที่กำลังจะออกในปี 2016 นั้น ประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 39 mpg เลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องชั่งใจกันดู หากคุณขับขี่ต่อวันไม่มาก และอยากประหยัดเงินตอนซื้อรถมากกว่า ก็เลือกรถรุ่นปี 2013 เป็นรถมือสองไป ส่วนใครก็ตามที่คิดว่าค่าน้ำมันที่บริโภคต่อวันคือปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อรถนั้น การเลือกซื้อรุ่นปี 2016 น่าจะดีที่สุด

 

เทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในรถยนต์ก็เป็นอีกข้อ ซึ่งต้องบอกว่า การที่มันเปลี่ยนไปทุกๆ ปี มันทำให้คนเราตามไม่ทันจริงๆ ในช่วงเวลากว่า 11 ปี ที่เซลขายรถยนต์ผู้นี้ให้ข้อมูลกับเรานั้น เขาเล่าว่า เขาเริ่มขายรถตั้งแต่ในรถยนต์นั้นมีช่องใส่เทป ต่อมาเป็นช่องใส่แผ่นซีดีได้ 6 แผ่น ต่อมาเป็นเครื่องเล่นซีดีที่มีหน้าจอสัมผัสได้ ต่อมามีช่องใส่ SD card ต่อมามีช่องเสียบ USB จนถึงการเชื่อมต่อเพื่อฟังเพลงผ่าน Bluetooth

 

นอกจากนี้ในเรื่องของกล้องหลังนั้น พูดได้เลยว่า ไม่มีรถที่ผลิตในปี 2004 มีกล้องด้านหลังรถเลยแม้แต่รุ่นเดียว แต่ในปี 2015 นั้น รถแทบทุกรุ่น ติดตั้งมาให้  รวมไปถึงเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอื่นๆ อย่างเช่น กล้องถ่ายจุดบอดของรถ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ แน่นอนว่ามันทำให้ชีวิตเราสะดวกขึ้น เราและคนในครอบครัวปลอดภัยจากการขับขี่รถยนต์มากขึ้น ซึ่งแม้ว่าคุณจะประหยัดมากกว่าหากขับรถมือสอง แต่อยากให้ลองใช้เวลาคิดดีๆ ว่า มันคุ้มหรือไม่กับการประหยัดเงิน แต่พลาดโอกาสในการขับขี่รถยนต์ที่สามารถปกป้องชีวิตคุณและคนในครอบครัวได้มากกว่า รวมถึงชีวิตของคุณที่จะสะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย