รถ

ในยุคปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าคนที่มองหาประกันที่มีความคุ้มค่ากับทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปนั้น จะมีมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่หลายๆ คนกลับยังตกเป็นเหยื่อของความไม่เข้าใจในหลายๆ อย่าง เกี่ยวกับประกันรถยนต์ และประกันการเดินทาง ที่สุดท้ายแล้วมันเป็นเพียงแค่เรื่องที่ “เข้าใจผิด” อย่างมาก วันนี้พี่หมีเลยอยากเอา 7 ข้อที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “ประกัน” มาฝากกัน เพื่อให้ทุกๆ คนจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อข้อมูล หรือความเชื่อที่ผิดๆ เหล่านี้

1) ซื้อตรงกับบริษัทประกัน “ถูกกว่า”

เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด โดยคนส่วนมากคิดว่า ซื้อประกันผ่านเว็บไซต์เปรียบเทียบ อาทิ GoBear.co.th นั้น จะต้องจ่ายแพงกว่า เพราะมีการชาร์จเพิ่มในส่วนของค่าคอมมิชชั่น แต่จริงๆ แล้ว ไม่เป็นแบบนั้น

2) ซื้อเจ้าเดิมๆ ที่เคยใช้จะดีที่สุด ได้ราคาดี

แน่นอนว่าหลายๆ คนคงคิดว่า เพราะเราเป็นลูกค้าที่ภักดีกับแบรนด์ๆ นี้มาก ทำประกันกับเจ้านี้มา เพราะฉะนั้นถึงปีหน้า จะได้ราคาดี ราคาลด ซึ่งจริงๆ ผิด เพราะส่วนมาก สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ บริษัทประกันจะเก็บประกันแพคเกจราคาดีๆ เอาไว้จูงใจหาลูกค้าใหม่ๆ เท่านั้น และขูดรีดจากลูกค้าเก่า ที่ไม่อยากเสียเวลาเปรียบเทียบประกัน หรือหาใหม่ เอาสบายไว้ก่อน เพราะฉะนั้น ทางที่ดีที่สุดคือ พอประกันหมด เลือกและเปรียบเทียบสักนิด ถึงแม้ว่าใจนึงคุณยังอยากใช้ประกันเจ้าเดิมอยู่ก็ตาม

 3) ค่าเสียหายส่วนแรกจะคิดเมื่อเราเป็นฝ่ายผิดเท่านั้น

ค่าเสียหายส่วนแรก คือค่าเสียหายที่เราต้องจ่ายเมื่อเราเคลมประกันภัยรถยนต์ ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด  

4) สามารถเคลมประกันสิ่งของได้มากที่สุดเท่าที่กรมธรรม์ระบุ

ในกรณีของประกันภัยสำหรับบ้านและทรัพย์สิน หรือจะเป็นประกันภัยการเดินทาง ไม่ใช่ว่า คุณจะสามารถเคลมของทุกชิ้นได้ตามราคาของของสิ่งนั้นหากเกิดความเสียหาย อาทิเช่น บางทีเรามีทีวีราคาหลายแสนบาท ถูกขโมยไปจากบ้าน สุดท้ายประกันจ่ายให้ไม่เต็ม เป็นต้น ซึ่งเช่นเดียวกับกรณีของประกันการเดินทาง คุณควรเช็คตอนซื้อประกันให้ดี ในช่องของประกันทรัพย์สินในกระเป๋าเดินทางว่า มูลค่าสูงสุดที่เคลมได้ เพียงพอกับของในกระเป๋าแต่ละชิ้น ที่คุณจะนำติดตัวไปด้วยหรือไม่

5) สามารถประกันรถยนต์ของคุณโดยใช้ชื่อพ่อแม่ได้

เป็นที่ทราบกันดีว่า คนที่อายุน้อย เวลาทำประกันรถยนต์ เบี้ยประกันจะแพงกว่า โดยเฉพาะในช่วงสองสามปีแรกของการเริ่มขับขี่รถยนต์ ทำให้หลายๆ คนอยากที่จะลดเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายลง จึงทำประกันในนามพ่อแม่ และใส่ชื่อตัวเองเป็นผู้ขับขี่รถยนต์เท่านั้น ซึ่งการทำแบบนี้ผิดกฎหมาย และหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริง จะไม่สามารถเคลมประกันได้

6) สามารถเคลมของในรถที่ถูกขโมยไปได้

ในยุคเทคโนโลยีแบบนี้ ผู้ขับขี่หลายคนบางทีก็เก็บของมีค่า อุปกรณ์ล้ำสมัยอย่าง MPS แทบเบล็ต มือถือ แล็บท็อบเอาไว้ในรถ และออกไปโดยไม่นำติดตัวไปด้วย ซึ่งบางครั้งทำให้รถโดนทุบกระจก รถโดนขโมย คำถามก็คือ ประกันคุ้มครองของที่หายไปด้วยหรือไม่? คำตอบคือไม่ใช่ทุกกรณี และถึงสามารถเคลมได้ ก็มีข้อจำกัด หรือลิมิตที่สามารถเคลมได้นั่นเอง เพราะฉะนั้น ทางที่ดีที่สุด อย่าเก็บของมีค่าไว้ในรถ ให้นำติดตัวออกไปด้วย

7) ประกันที่ถูกที่สุด ดีที่สุด

แน่นอนว่าราคาคือเรื่องสำคัญเวลาที่เราเลือกซื้อของ แต่การเลือกซื้อประกัน ไม่ควรดูแค่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูที่การคุ้มครองอีกด้วยว่าเหมาะสมตามที่ลูกค้าแต่ละคนต้องการหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่ประกันมีการแข่งขันสูง บริษัทประกันเลือกที่จะลดราคาเบี้ยประกันลง เพื่อสร้างความน่าดึงดูดของประกัน แต่จริงๆ แล้วกลับมีการลดทอนความคุ้มครองบางอย่างที่เป็นเรื่องของความคุ้มครองตามมาตรฐานไป อาทิ ในส่วนของการคุ้มครองกระจกหน้ารถยนต์เป็นต้น เพราะฉะนั้น ลูกค้าทุกคนควรเลือกประกันให้ดี อ่านอย่างรอบคอบ และเปรียบเทียบประกันโดยอย่าดูที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่เทียบที่ความคุ้มครองด้วยนั่นเอง