สินเชื่อส่วนบุคคล

สำหรับใครก็ตามที่ยังไม่คุ้นเคยกับสินเชื่อส่วนบุคคล ทั้งสินเชื่อเงินสด และบัตรกดเงินสดมากนัก ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบ จนทำให้หลายๆ คนอาจจะไม่เข้าใจกลไกของธนาคารนะครับ วันนี้พี่หมีจึงขออธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้เพื่อนๆ ฟังครับ ว่ามีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กี่รูปแบบ อะไรบ้าง

 

อย่างแรกที่ต้องเข้าใจคือ ดอกเบี้ยเงินกู้มีอัตราดอกเบี้ยหลักๆ 2 ประเภท คือ

  1. อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่คงที่ตลอดอายุสัญญาเงินกู้ กำหนดโดยธนาคาร หรือสถานบันการเงินผู้ให้บริการ

  2. อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ธนาคารกำหนดตามต้นทุนของธนาคารในช่วงเวลาต่างๆ จะประกาศอยุ่เรื่อยๆ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่เราได้ยินกันบ่อยๆ จะมีคำว่า MLR, MOR และ MRR นั่นเองครับ โดยที่แต่ละธนาคารจะมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ไม่เท่ากัน เช่น MLR ของ ธนาคาร A อาจจะไม่เท่ากับ MLR ของธนาคาร B นั่นเองครับ

 

แล้ว MLR, MOR และ MRR ต่างกันอย่างไร?

 

MLR (Minimum Loan Rate)

อันนี้คือ อัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินจะเก็บจากลูกหนี้ชั้นดีครับ เป็นประเภท Term Loan มีระยะเวลาชัดเจน มีประวัติในการชำระหนี้ที่ดี มีศักยภาพในการชำระหนี้ในอนาคต และมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอโดยส่วนมาก ธนาคารจะใช้ MLR กับสินเชื่อที่เป็นสินเชื่อระยะยาว มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน อาทิ สินเชื่อกู้เงินเพื่อทำธุรกิจ เป็นต้น

 

MOR (Minimum Overdraft Rate)

ดอกเบี้ยประเภท MOR คือ ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรีบกเก็บจากลูกหนี้ที่เรียกเบิกเกินบัญชี ซึ่งส่วนมากจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีเช่นกัน

 

MRR (Minimum Retail Rate)

ดอกเบี้ยประเภท MRR นั้น คือ ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี อาทิ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบัตรเครดิต เป็นต้น



สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเหล่านี้

  • ตามกฏของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ต้องทำการประกาศอย่างชัดเจนเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว ทั้งที่สาขาใหญ่ สาขาย่อย และเว็บไซต์ของธนาคาร

 

  • อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้ของแต่ละธนาคารไม่จำเป็นต้องเท่ากัน เพราะแต่ละธนาคารมีต้นทุนในการบริหารงานไม่เท่ากัน อาทิ ดอกเบี้ยเงินฝากต่างกัน จำนวนเงินฝากต่างกัน ผลการดำเนินงานต่างกัน

 

  • ลูกค้าแต่ละคน อาจจะได้อัตราดอกเบี้ยในสัญญาเงินกู้ต่างกัน ถึงแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อเกียวกัน ธนาคารเดียวกัน เพราะธนาคารจะพิจารณาความเสี่ยงของผู้สมัครเงินกู้แต่ละคนแตกต่างกันออกไป

 

  • สำหรับสินเชื่อของบัตรกดเงินสดนั้น มีการกำหนดออกมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ว่า จะต้องใช้อัตราสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภครวมเบี้ยปรับในการชำระล่าช้า ซึ่งกำหนดไว้ที่ไม่เกินร้อยละ 28% ต่อปีเท่านั้น โดยแตกต่างกันไปในลูกค้าแต่ละราย ตามฐานรายได้ วงเงิน และโปรโมชั่นของธนาคารพาณิชย์นั้นๆ ในแต่ละช่วงของแต่ละปีนั่นเองครับ

 

เอาเป็นว่า หากเพื่อนๆ สงสัยเรื่องใดเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคล ทั้งสินเชื่อเงินสด หรือเงินก้อน และบัตรกดเงินสด เพื่อนๆ ลองเข้าไปอ่านในบล็อกของพี่หมีได้นะครับ