รถ

กล้องติดรถยนต์" คือกล้องขนาดเล็ก ที่เชื่อมต่อกับรถยนต์ของคุณ และจะทำงานด้วยการบันทึกภาพวิดีโออัตโนมัติทันทีที่เครื่องยนต์ของคุณถูกสตาร์ท โดยในตัวเครื่องจะมาพร้อมกับหน่วยความจำแบบบิวท์อิน และทำการอัดวิดีโอแบบวนทับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น คุณจะมั่นใจได้ทันทีว่าภาพวิดีโอในช่วงเวลานั้นจะถูกบันทึกไว้เป็นอย่างดี

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการติดกล้องรถยนต์จะไม่ช่วยให้เบี้ยประกันภัยรถยนต์ของคุณถูกลง แต่ภาพวิดีโอที่บันทึกได้จากกล้องติดรถยนต์นั้นจะเป็นประโยชน์ต่อคุณมากในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เกิดอุบัติเหตุและต้องมีการเรียกร้องค่าเสียหายนั่นเอง ในประเทศสิงคโปร์นั้น บริษัทผู้ให้บริการรถแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุด ทุ่มงบติดกล้องติดรถยนต์แก่แท็กซี่ของบริษัททุกคันเป็นจำนวน 16,600 คัน เพื่อต้องการมีหลักฐานหากเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น ส่วนในบางประเทศ บริษัทประกันภัยรถยนต์เริ่มมีการลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์แก่ผู้ใช้รถยนต์ลง หากมีการติดตั้งกล้องติดรถยนต์ ตัวอย่างเช่น AXA ในสหราชอาณาจักร ลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ลงร้อยละ 10 หากผู้ใช้ติดตั้งกล้องติดรถยนต์ในรถของพวกเขา และทำการซื้อประกันภัยรถยนต์กับ AXA โดยตรง ทั้งนี้ กล้องติดรถยนต์รุ่นทั่วๆ ไปนั้นสนนราคาอยู่ที่ราว 200-230 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,800 – 7,820 บาท โดยผู้ขับขี่สามารถกดบันทึกได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ วิดีโอในช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุนั้น กล้องจะทำการเก็บบันทึกภาพในช่วงเวลานั้นโดยอัตโนมัติอีกด้วย

 

3 ข้อที่ "กล้องติดรถยนต์" จะช่วยคุณได้

1. หลักฐานจากกล้องติดรถยนต์สามารถใช้เป็นหลักฐานได้หากคุณไม่ผิด

 

หากคุณเจอกรณีที่ "ชนแล้วหนี" ภาพจากกล้องติดรถยนต์จะสามารถเป็นหลักฐานของคุณได้อย่างดีว่าคุณไม่ใช่ฝ่ายที่กระทำผิด และหากมองในภาพที่กว้างขึ้น เมื่อทุกคนรู้ว่า มีเทคโนโลยีที่จับภาพผู้ขับขี่ที่ประมาทแบบนี้อยู่ ก็อาจเป็นส่วนช่วยให้สังคม มีผู้ขับขี่รถยนต์อย่างประมาทลดน้อยลงก็เป็นได้

 

 

2. ทุกอย่างจบได้อย่างรวดเร็ว หมดปัญหาหลังเกิดอุบัติเหตุ

 

บ่อยครั้งที่หากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ยังอยู่ในสภาวะตื่นตระหนก วิตกกังวล ทำให้ความทรงจำ การอธิบายเรื่องราวของอุบัติเหตุไม่ชัดเจนเท่าที่ควรจะเป็น แต่ถ้าคุณมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องติดรถยนต์ ปัญหาทุกอย่างจะจบ คุณจะไม่ต้องเสียเวลาหาพยานหลักฐานทั้งบุคคลหรือวัตถุจากไหนเพื่อพิสูจน์ว่าคุณถูกในอุบัติเหตุครั้งนั้นๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการพูดคุยกับบริษัทประกันของคุณว่าใครเป็นฝ่ายกระทำผิดอีกด้วย

 

3. ป้องกันกรณี "ชนเพื่อเอาเงิน"

 

ในบางครั้ง มีการกระทำผิดที่เรียกว่า "ชนเพื่อเอาเงิน" ซึ่งเป็นการตั้งใจชนเพื่อเรียกร้องเอาค่าเสียหาย ซึ่งในกรณีเช่นนี้ หากคุณติดกล้องรถยนต์ ภาพทุกอย่างสามารถนำมาเป็นหลักฐานได้ในทันทีว่าความจริงแล้วเกิดอะไรขึ้น