เดินทาง

ถึงทุกวันนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก “Airbnb” บริการที่เป็นตัวเชื่อมนักท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือผู้ที่เดินทางบ่อยๆ เช่นนักธุรกิจ กับผู้ที่มีห้องพักเหลือ บ้านพัก ที่ต้องการปล่อยเช่า แต่ไม่ได้ทำเป็นธุรกิจโรงแรมอย่างจริงจัง เข้าด้วยกัน ซึ่งบริการนี้ กลายเป็นที่ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะนึกภาพถึงโรงแรมดีๆ ที่อยู่ใกล้ที่ประชุมที่คุณจะต้องเข้าประชุมสัมนาทุกๆ วันในทริป แต่ราคาแพงสุดๆ กับบ้านพักจากบริการ Airbnb ที่เดินทางเพียงแค่ 10 นาทีถึงที่ประชุมเช่นกัน แต่ราคาต่างกันครึ่งๆ ก็คงทำให้ใครหลายๆ คน ใจเอนเอียงมาทางนี้อยู่ไม่น้อยใช่มั้ยละครับ

 

แต่ก่อนนั้น นักเดินทาง โดยเฉพาะนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำธุระนั้น ไม่ค่อยไว้วางใจบริการของ Airbnb เท่าไหร่นัก เพราะคิดว่าราคาคงไม่ได้ดีกว่าโรงแรมเสียเท่าไหร่ ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานที่และตลาดในบริเวณนั้นๆ ด้วย หรือคนปล่อยเช่าอาจจะไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งอันนี้ก็แก้ไขง่ายๆ ด้วยรีวิวต่างๆ จากผู้ที่เข้ามาพักจริง ที่ทำให้ที่พักเหล่านั้น ดูน่าเชื่อถือหรือไม่ หรือกระทั่งความใหม่ หรือความเทรนด์ ที่ต้องดูว่า โรงแรมหรือบ้านพักเหล่านั้น ดีกว่ากัน

 

แต่สุดท้าย มันก็คงมาอยู่ที่การบริการทั้งสิ้น ว่าการบริการของ Airbnb เหมาะกับนักธุรกิจอย่างคุณหรือไม่ หากคุณคือคนที่ ชอบความสบาย หรูหรา ต้องมีคนซักทำความสะอาดเสื้อผ้าเหมือนบริการของโรงแรมหรู หรือคนที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนผ้าปู ผ้าเช็ดตัวให้ทุกวัน หรือคนที่ชอบโทรเรียกบริการของโรงแรมทางโทรศัพท์อยู่ตลอด ก็คงไม่เหมาะกับบริการของ Airbnb เท่าไหร่นัก

 

อย่างไรก็ตามบริการบางอย่าง ก็หยวนๆ ไม่ได้จริงๆ และถึงแม้เป็น Airbnb ก็ควรจะมี นั่นคือ อินเทอร์เน็ต Wi-Fi บางครั้งเวลาที่เราไปพักในที่พักจาก Airbnb เราถึงขั้นต้องถามว่าจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างไร ซึ่งนี่คือจุดต่างกับโรงแรม เพราะโรงแรม เราจองออนไลน์ เราถึงโรงแรม รับกุญแจ เชคอิน เข้าห้อง ต่ออินเทอร์เน็ตได้ คือจบ เป็นการการันตีการไม่ต้องปวดหัวต้องถกเถียง พูดคุยกับพนักงานให้เสียเวลา แต่กับ Airbnb อาจไม่เป็นอย่างนั้น คนที่พาไปดูห้องบางทีก็เดินมาส่งถึงที่ไม่พอ กุลีกุจอพาคุณไปดูห้องน้ำ โชว์ว่าเปิดไฟตรงไหน ทำอย่างไร ซึ่งอันนี้คุณเดาได้เลยว่า เขาหรือเธออาจจะรอเงินทิปแน่ๆ 

ความต่างอีกอย่างของโรงแรม และที่พักของ Airbnb ก็คือ เวลาเราไปโรงแรม สิ่งที่เป็นเหมือนกันทุกที่ตามมาตรฐานก็คือ จะต้องไม่หลงเหลือร่องรอยการพักอาศัยของคนก่อนหน้าอยู่ ทุกอย่างต้องว่างเปล่า สะอาด เหมือนห้องใหม่ พร้อมรับแขกรายต่อไป แต่ Airbnb ไม่เป็นอย่างนั้น ด้วยความที่มันเป็นบ้าน เป็นที่พักอาศัยมาก่อน นั่นหมายความว่า มันไม่แปลกเลยที่บางทีคุณอาจจะเจอกรอบรูปของครอบครัวเจ้าของบ้าน หรือขวดน้ำ ขวดเหล้าในครัวที่มีรอยดื่มแล้ว หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งนี่คือสิ่งที่คุณต้องทำใจไว้เลยว่าอาจจะเจอแน่ๆ

 

ต่อมา คุณอาจจะต้องได้พูดคุยกับเจ้าของบ้านอีกครั้ง ก็ตอนที่เจ้าอินเทอร์เน็ตตัวดีดันเสียซะนิ หรือเวลาที่คุณต้องการใช้ที่รีดผ้า แต่คุณไม่มี และไม่รู้จะไปหาที่ไหน คุณก็ต้องติดต่อไปทางเจ้าของบ้านนั่นแหละ ซึ่งถามว่าติดต่อยากหรือไม่ ก็ปกติเหมือนติดต่อคนอื่นๆ ทั่วไป แต่หากคาดหวังว่าจะได้ทุกอย่างด่วนจี๋ เหมือนบริการของโรงแรมก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น คุณต้องเตรียมทุกอย่างไปเอง ถ้าอยากหลีกเลี่ยงปัญหาจุกจิกอะไรพวกนี้

 

พอพักเสร็จ วันสุดท้าย บางที่อาจขอให้คุณดึงผ้าปูที่นอนออกมากองที่พื้นเอาไว้ และสั่งนักสั่งหนาให้คุณปิดแอร์ให้ด้วย เพราะฉะนั้น หากคุณไม่ชอบอะไรแบบนี้ แถมชอบการที่มีอาหารเช้าดีๆ ไว้ทานเหมือนอย่างที่โรงแรมละก็ ลองคิดดูว่า Airbnb คือคำตอบของคุณหรือไม่